HEPA

Filter Class คืออะไร มาทำความเข้าใจ EN779 กับ ISO16890 มาตรฐานไส้กรองอากาศที่คุณควรรู้

Filter Class คืออะไร ทำไมมีทั้ง G M F H ปนกันบนสเปกไส้กรองอากาศ มาทำความเข้าใจ EN779 กับ ISO16890 สองมาตรฐานที่ใช้จัดเกรดไส้กรอง เพื่ออ่านสเปกไส้กรองอากาศให้เป็นก่อนสั่งซื้อจริง

เวลาเปิดสเปกไส้กรองอากาศมาดู หลายคนคงเคยงงกับตัวย่อที่เห็นอย่าง G4 M6 F9 หรือ H13 ที่ปรากฏอยู่บนฉลากโดยไม่รู้ความหมายที่แท้จริง คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ Filter Class คืออะไร กันแน่ ตัวอักษรเหล่านี้เป็นตัวย่อของเกรดที่บอกระดับประสิทธิภาพการกรองของไส้กรองแต่ละชิ้น ซึ่งกำหนดขึ้นตามมาตรฐานสากลสองระบบหลักคือ EN779 กับ ISO16890 และการเข้าใจความหมายของตัวย่อเหล่านี้คือหัวใจสำคัญของการอ่านสเปกไส้กรองอากาศให้ถูกต้องก่อนตัดสินใจสั่งซื้อ ไม่ใช่แค่ดูราคาหรือขนาดเพียงอย่างเดียว

ระบบเก่าที่ยังพบเห็นในสเปกทั่วไปคือมาตรฐาน EN779 ซึ่งแบ่งไส้กรองออกเป็นสามกลุ่มหลัก เริ่มจากเกรด G1-G4 ที่วัดประสิทธิภาพจากน้ำหนักฝุ่นที่กักเก็บได้ เหมาะกับงานกรองหยาบทั่วไป ถัดมาคือเกรด M5-F9 ที่วัดประสิทธิภาพการกรองที่ขนาดอนุภาค 0.4 ไมครอนโดยเฉพาะ ให้ผลการกรองละเอียดขึ้น ส่วนไส้กรองประสิทธิภาพสูงสุดอย่าง H จะถูกจัดประเภทแยกต่างหากภายใต้มาตรฐาน EN1822 ซึ่งวัดประสิทธิภาพในระดับที่ละเอียดกว่ามาก 2 มาตรฐาน EN779 กับ ISO16890

รู้ทันความต่างของ 2 มาตรฐาน EN779 กับ ISO16890 เพื่อให้อ่านสเปกไส้กรองอากาศได้ถูกต้อง

ความต่างสำคัญระหว่าง EN779 กับ ISO16890 คือวิธีการทดสอบและการตีความประสิทธิภาพ EN779 เป็นมาตรฐานยุโรปรุ่นเก่าที่ใช้เกณฑ์ทางทฤษฎีในการจัดเกรด ในขณะที่ ISO16890 ซึ่งเข้ามาแทนที่ EN779 ตั้งแต่ปี 2018 ใช้เกณฑ์ที่สะท้อนสภาพการใช้งานจริงมากกว่า โดยจัดกลุ่มไส้กรองตามความสามารถในการดักจับฝุ่นละอองตามขนาดที่องค์การอนามัยโลกใช้อ้างอิง ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกไส้กรองที่ตรงกับความต้องการควบคุมคุณภาพอากาศได้แม่นยำกว่าเดิม การรู้ว่าสเปกที่กำลังดูอยู่อ้างอิงมาตรฐานไหนจึงเป็นก้าวแรกของการอ่านสเปกไส้กรองอากาศให้ถูกต้อง

ภายใต้มาตรฐาน ISO16890 ไส้กรองจะถูกจัดกลุ่มด้วยสัญลักษณ์ที่ระบุขนาดอนุภาคโดยตรง ซึ่งบอกว่าไส้กรองนั้นดักจับอนุภาคขนาดใดได้อย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ยกตัวอย่างเช่น หากไส้กรองถูกระบุว่าดักจับกลุ่มอนุภาคขนาด 1 ไมครอนได้ดี หมายความว่ามันสามารถดักจับอนุภาคที่เล็กกว่าและอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจมากกว่าฝุ่นขนาดใหญ่อย่าง PM2.5 หรือ PM10 การเลือกไส้กรองโดยอ้างอิงจากกลุ่มอนุภาคที่เหมาะกับมลพิษในพื้นที่จริงจึงมีความแม่นยำมากกว่าการดูแค่ตัวเลขเกรดแบบเก่า สำหรับผู้ที่ยังคุ้นเคยกับสเปกแบบเก่า ระบบ EN779 ใช้ค่าน้ำหนักฝุ่นที่กักเก็บได้เป็นเกณฑ์วัดสำหรับเกรด G ซึ่งหมายถึงเปอร์เซ็นต์น้ำหนักของฝุ่นที่ไส้กรองสามารถกักเก็บไว้ได้เมื่อเทียบกับฝุ่นทดสอบทั้งหมดที่ป้อนเข้าไป ค่านี้เหมาะสำหรับวัดประสิทธิภาพของไส้กรองหยาบที่เน้นดักฝุ่นขนาดใหญ่ แต่ไม่ได้สะท้อนความสามารถในการดักจับอนุภาคขนาดเล็กที่ส่งผลต่อสุขภาพได้ดีเท่ากับระบบ PM ของ ISO16890 นี่คือเหตุผลหนึ่งที่อุตสาหกรรมทั่วโลกทยอยเปลี่ยนมาใช้มาตรฐานใหม่แทน

เมื่อต้องเลือกซื้อไส้กรองอากาศจริง สิ่งที่ควรทำคือตรวจสอบว่าใบสเปกที่ผู้ขายให้มาระบุมาตรฐานการทดสอบไว้ชัดเจนหรือไม่ หากระบุเป็นเกรดแบบเก่าอย่าง G4 หรือ F7 ควรสอบถามเพิ่มเติมว่าเทียบเท่ากับกลุ่ม ePM ใดในมาตรฐานใหม่ เพื่อให้มั่นใจว่าประสิทธิภาพการกรองตรงกับความต้องการใช้งานจริง ไม่ใช่แค่เชื่อตามตัวเลขเกรดที่เขียนไว้โดยไม่มีบริบทประกอบ สรุปแล้ว การอ่านสเปกไส้กรองอากาศให้เข้าใจ ต้องรู้ทั้งระบบเก่าและระบบใหม่ควบคู่กัน ทั้งกลุ่ม ePM1 ePM2.5 ePM10 ของมาตรฐาน ISO16890 ที่สะท้อนสภาพการใช้งานจริง และค่า Arrestance ของมาตรฐาน EN779 แบบเก่าที่ยังพบเห็นในสเปกหลายรุ่น การเลือกไส้กรองอากาศให้เหมาะกับงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับการจำตัวย่อเกรดให้ได้ทั้งหมดเพียงอย่างเดียว แต่คือการเข้าใจว่าตัวเลขเหล่านั้นสะท้อนความสามารถในการกรองแบบไหน และตรงกับความต้องการควบคุมคุณภาพอากาศของพื้นที่นั้นหรือไม่ หากยังไม่มั่นใจว่าสเปกที่มีอยู่เหมาะกับงานจริงหรือเปล่า การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้าน Pre Filter และ HEPA Filter ที่เข้าใจทั้งสองมาตรฐานจะช่วยให้เลือกไส้กรองได้ตรงจุดมากกว่าการเดาจากตัวเลขบนฉลากเพียงอย่างเดียว

Get in touch

Need help choosing the right product?

Share the application, filter class, dimensions or current filter photos with the GT team.

Send an enquiry