วิธีวัด Filter ก่อนสั่งผลิต
แนวทางวัดความกว้าง ความสูง ความหนา และตรวจสอบชนิดกรอบก่อนขอใบเสนอราคา
แผ่นกรองที่สั่งผลิตแล้วใส่ไม่ได้ ส่วนใหญ่ไม่ได้ผิดที่การผลิต แต่ผิดที่ตัวเลขซึ่งส่งมาตั้งแต่แรก คลาดเคลื่อนเพียง 5 มิลลิเมตรก็พอให้แผ่นใส่ไม่ลง หรือหลวมจนอากาศเลี่ยงไปตามช่องข้างโดยไม่ผ่านตัวกรองเลย ซึ่งอย่างหลังอันตรายกว่าเพราะระบบยังทำงานเหมือนปกติทุกอย่าง
1. วัดจากแผ่นเดิม ไม่ใช่จากช่องใส่
ถ้ายังมีแผ่นเดิมอยู่ ให้วัดจากแผ่นเดิมเสมอ ช่องใส่มักเผื่อระยะไว้เล็กน้อยสำหรับซีลและการถอดเปลี่ยน วัดจากช่องแล้วสั่งตามตัวเลขนั้นจะได้แผ่นที่ใหญ่เกินไปทุกครั้ง
ถ้าไม่มีแผ่นเดิมแล้ว ให้วัดช่องใส่แล้ว ระบุมาให้ชัดว่าเป็นขนาดช่อง ทีมงานจะหักระยะเผื่อให้ตามชนิดกรอบที่เลือก
2. ลำดับตัวเลขที่ใช้สื่อสาร
ระบุเป็น กว้าง × สูง × หนา หน่วยมิลลิเมตรเสมอ และวัดที่กรอบด้านนอกสุด ไม่ใช่ที่หน้าแผ่นกรอง
ด้านกว้างกับด้านสูงของแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้าสลับกันได้ในเชิงตัวเลข แต่สลับไม่ได้ในการติดตั้งจริงเมื่อกรอบมีรูยึดหรือมีทิศทางลม ถ้าแผ่นไม่เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ให้ถ่ายรูปหน้าช่องใส่มาด้วยหนึ่งใบ
3. ตรวจชนิดกรอบและความหนา
ความหนามีผลกับพื้นที่กรองและแรงดันตกคร่อม เปลี่ยนจาก 46 มม. เป็น 96 มม. โดยไม่ได้ตรวจช่องใส่ก่อน มักจบที่ฝาปิดไม่สนิท
ชนิดกรอบที่ใช้บ่อย:
- กรอบกระดาษ — ราคาประหยัด เหมาะกับ Pre Filter ที่เปลี่ยนบ่อย
- กรอบสังกะสี/อะลูมิเนียม — ทนความชื้น ใช้ซ้ำได้ เหมาะกับงานที่มีน้ำหรือไอน้ำ
- กรอบสแตนเลส — งานอุณหภูมิสูงและงานที่ต้องล้างทำความสะอาด
4. ข้อมูลระบบที่ช่วยให้เลือกได้ถูกตั้งแต่รอบแรก
นอกจากขนาด ตัวเลขที่ช่วยได้มากคือปริมาณลม (CMH หรือ CFM) และแรงดันตกคร่อมที่ระบบรับได้ สองค่านี้บอกได้ว่าควรใช้ชั้นกรองแบบใดจึงจะไม่ทำให้พัดลมทำงานหนักเกินไป
สรุปสิ่งที่ควรส่งมาพร้อมคำขอใบเสนอราคา
- ขนาด กว้าง × สูง × หนา (มม.) และบอกว่าวัดจากแผ่นเดิมหรือจากช่อง
- ชั้นกรองที่ต้องการ เช่น G4, F7, H13
- ชนิดกรอบ และเงื่อนไขหน้างาน เช่น ความชื้นหรืออุณหภูมิ
- จำนวนที่ต้องใช้ต่อรอบการเปลี่ยน
- รูปแผ่นเดิมหรือหน้าช่องใส่ หนึ่งถึงสองใบ
ครบห้าข้อนี้ ทีมงานตอบกลับได้ภายในวันทำการเดียวโดยไม่ต้องถามกลับ

